# AI Governance 2025: การควบคุมตนเองกำลังปฏิวัติอนาคตของปัญญาประดิษฐ์อย่างไร

> อุตสาหกรรม AI กำลังรอรัฐบาลอยู่หรือกำลังกำหนดกฎเกณฑ์ของเกมอยู่แล้ว? ในปี 2025 การกำกับดูแลตนเองเป็นกลยุทธ์ ไม่ใช่ทางเลือก: ความร่วมมือด้าน AI, AI Governance Alliance ของ WEF และคำมั่นสัญญาโดยสมัครใจจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ มีเพียง 35% ของบริษัทที่มีกรอบการกำกับดูแล แต่ 87% วางแผนที่จะนำไปใช้ สำหรับ SMEs: ปรับใช้กรอบที่ได้รับการยอมรับ (NIST) จัดตั้งคณะกรรมการภายใน และมีส่วนร่วมในโครงการริเริ่มความร่วมมือ ผู้ที่ลงมือทำก่อนจะเป็นผู้กำหนดมาตรฐาน

Source: https://www.electe.net/th/post/ai-governance-2025-come-lautoregolamentazione-sta-rivoluzionando-il-futuro-dellintelligenza-artificiale

Site guide: https://www.electe.net/th/llms.txt

_อุตสาหกรรม AI กำลังกำกับดูแลตนเองเพื่อคาดการณ์ล่วงหน้ากฎระเบียบของภาครัฐและสร้างอนาคตทางเทคโนโลยีที่รับผิดชอบ_

## **บทนำ: ยุคใหม่ของการกำกับดูแล AI**

ปี 2025 ถือเป็นจุดเปลี่ยนของการกำกับดูแล AI ขณะที่รัฐบาลทั่วโลกกำลังพยายามอย่างหนักเพื่อให้ทันกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี อุตสาหกรรม AI กลับเป็นผู้นำด้วยการสร้างกลไกการกำกับดูแลตนเองที่เป็นนวัตกรรม นี่ไม่ใช่การหลีกหนีความรับผิดชอบ แต่เป็นกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อสร้างระบบนิเวศ AI ที่ปลอดภัย มีจริยธรรม และยั่งยืน

ปัจจุบันมีเพียง 35% ขององค์กรที่มีกรอบการกำกับดูแล AI แต่ 87% ของผู้นำองค์กรวางแผนที่จะนำนโยบายจริยธรรม AI มาใช้ภายในปี 2025 [What is AI Governance? | IBM](https://www.ibm.com/think/topics/ai-governance) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเร่งด่วนของภาคอุตสาหกรรมในการปิดช่องว่างนี้ผ่านการกำกับดูแลตนเอง

## **การกำกับดูแลตนเองของ AI: กลยุทธ์ที่ชนะ ไม่ใช่ทางเลือกสำรอง**

### **เหตุใดการกำกับดูแลตนเองจึงเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง**

การควบคุมตนเองใน AI ไม่ใช่ความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ แต่กลับเป็นการตอบสนองที่มีประสิทธิผลที่สุดต่อความท้าทายเฉพาะตัวของเทคโนโลยีนี้:

**ความเร็วในการปรับตัว**: การกำกับดูแลตนเองของระบบ AI ต้องอาศัยการควบคุมทั้งในเชิงองค์กรและเชิงเทคนิค เพื่อรับมือกับกิจกรรมด้านกฎระเบียบใหม่ ๆ ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา [Governance in the Age of Generative AI: A 360° Approach for Resilient Policy and Regulation 2024 | World Economic Forum](https://www.weforum.org/publications/governance-in-the-age-of-generative-ai/) องค์กรต่าง ๆ สามารถปรับกรอบการทำงานของตนให้เข้ากับนวัตกรรมทางเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว

**ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค**: ใครจะเข้าใจนัยยะด้านจริยธรรมและความปลอดภัยของเทคโนโลยีของตนได้ดีไปกว่านักพัฒนาและนักวิจัย AI เอง?

**นวัตกรรมที่รับผิดชอบ**: หลายองค์กรเลือกที่จะนำแนวทางการกำกับดูแลตนเองมาใช้ เพื่อผลักดันให้สอดคล้องกับค่านิยมขององค์กรมากยิ่งขึ้น และสร้างชื่อเสียงที่โดดเด่น [OECD AI Policy Observatory Portal](https://oecd.ai/en/)

## **เสาหลักของการกำกับดูแลตนเองของ AI ระดับโลก**

### **1. OECD AI: ผู้ประสานงานระหว่างรัฐบาล (ไม่ใช่ W3C ของ AI)**

สิ่งสำคัญคือต้องชี้แจงความเข้าใจผิดที่พบบ่อย OECD AI ไม่ใช่สิ่งที่เทียบเท่ากับ W3C สำหรับปัญญาประดิษฐ์ ในขณะที่ W3C พัฒนามาตรฐานทางเทคนิคผ่านผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม หลักการ AI ของ OECD เป็นมาตรฐานระหว่างรัฐบาลฉบับแรกด้าน AI ซึ่งได้รับการรับรองจากประเทศสมาชิก 47 ประเทศ [OECD Legal Instruments](https://legalinstruments.oecd.org/en/instruments/oecd-legal-0449) โดยทำหน้าที่เป็นการประสานงานระหว่างรัฐบาลมากกว่าการพัฒนามาตรฐานทางเทคนิคโดยภาคอุตสาหกรรม

OECD มีคณะทำงานด้านการกำกับดูแล AI ที่ทบทวนข้อเสนอแนะด้าน AI เพื่อให้แน่ใจว่ายังคงมีความเกี่ยวข้องและทันสมัยกับนวัตกรรม AI ที่ก้าวไปอย่างรวดเร็ว [Partnership on AI - Home - Partnership on AI](https://partnershiponai.org/)

### **2. Partnership on AI: ผู้บุกเบิกการกำกับดูแลตนเองในระดับอุตสาหกรรม**

Partnership on AI (PAI) เป็นความร่วมมือแบบไม่แสวงหากำไรระหว่างองค์กรด้านวิชาการ ภาคประชาสังคม อุตสาหกรรม และสื่อ ที่ร่วมกันสร้างสรรค์แนวทางแก้ไขเพื่อให้ AI สร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อผู้คนและสังคม [Companies Committed to Responsible AI: From Principles towards Implementation and Regulation? | Philosophy & Technology](https://link.springer.com/article/10.1007/s13347-021-00474-3)

**วิวัฒนาการเชิงกลยุทธ์**: Partnership เริ่มต้นจากการเป็นความพยายามกำกับดูแลตนเองในระดับอุตสาหกรรม แต่ไม่นานก็มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรายอื่นได้รับเชิญและเข้าร่วมเป็นพันธมิตร ทำให้ความริเริ่มนี้กลายเป็นข้อตกลง 'การร่วมกำกับดูแลภาคเอกชน' [The Partnership on AI Response to ...](https://www.nist.gov/document/nist-ai-rfi-partnershiponai001pdf)

**ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม**:

- การจัดตั้ง[AI Incident Database](https://incidentdatabase.ai/) เพื่อติดตามเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI
- กรอบการทำงานสำหรับการเผยแพร่โมเดล AI อย่างปลอดภัย และแนวทางสำหรับการพัฒนาสื่อสังเคราะห์อย่างมีจริยธรรม [AI governance trends: How regulation, collaboration, and skills demand are shaping the industry | World Economic Forum](https://www.weforum.org/stories/2024/09/ai-governance-trends-to-watch/)

### **3. AI Governance Alliance ของ World Economic Forum: มหาอำนาจแห่งความร่วมมือ**

AI Governance Alliance รวบรวมสมาชิกกว่า 250 รายจากองค์กรมากกว่า 200 แห่ง โดยมีโครงสร้างอยู่รอบกลุ่มการทำงานหลักสามกลุ่ม [Design of transparent and inclusive AI systems - AI Governance Alliance](https://initiatives.weforum.org/ai-governance-alliance/home):

- **Safe Systems and Technologies**: การพัฒนามาตรการป้องกันทางเทคนิค
- **Responsible Applications and Transformation**: การประยุกต์ใช้ AI อย่างรับผิดชอบ
- **Resilient Governance and Regulation**: การกำกับดูแลและกฎระเบียบที่ยืดหยุ่นและทนทาน

เซสชันนี้ปิดท้ายด้วยการเน้นย้ำอย่างหนักแน่นถึงความจำเป็นในการกำกับดูแลตนเองของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ท่ามกลางความเป็นผู้ใหญ่ทางเทคโนโลยีที่กำลังพัฒนาและสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงไป [3 essential features of global generative AI governance | World Economic Forum](https://www.weforum.org/stories/2023/11/generative-ai-governance-regulation/)

## **กรณีศึกษา: การกำกับดูแลตนเองในทางปฏิบัติ**

### **ข้อผูกพันโดยสมัครใจด้าน AI ของทำเนียบขาว**

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2023 บริษัท AI ชั้นนำเจ็ดแห่ง—Amazon, Anthropic, Google, Inflection, Meta, Microsoft และ OpenAI—ได้ให้คำมั่นสัญญาต่อทำเนียบขาวในแปดข้อผูกพันโดยสมัครใจ [OECD AI Policy Observatory Portal](https://oecd.ai/en/) เพื่อการพัฒนา AI อย่างปลอดภัย

**ผลลัพธ์ที่วัดได้**:

- ทุกบริษัทดำเนินการฝึกซ้อม red-teaming ด้วยผู้ทดสอบทั้งภายในและภายนอกเพื่อตรวจสอบโมเดลของตนหาข้อบกพร่องและความเสี่ยง [OECD AI Policy Observatory Portal](https://oecd.ai/en/)
- Microsoft ได้เปิดตัวโครงการ Secure Future เพื่อรับมือกับขนาดที่เพิ่มขึ้นของการโจมตีทางไซเบอร์ [OECD AI Policy Observatory Portal](https://oecd.ai/en/)

### **AI Pact ของยุโรป: ความสมัครใจก่อนการกำกับดูแล**

คณะกรรมาธิการได้เปิดตัว AI Pact ซึ่งเป็นความริเริ่มโดยสมัครใจที่มุ่งสนับสนุนการนำไปปฏิบัติในอนาคต และเชิญชวนผู้ให้บริการและผู้นำ AI ไปใช้จากยุโรปและที่อื่นๆ ให้ปฏิบัติตามข้อผูกพันสำคัญของ AI Act ก่อนกำหนดเวลา [AI Regulations around the World - 2025](https://www.mindfoundry.ai/blog/ai-regulations-around-the-world)

## **ข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของการกำกับดูแลตนเอง**

### **1. การป้องกันการกำกับดูแลมากเกินไป**

การกำกับดูแลตนเองเชิงรุกสามารถป้องกันกฎระเบียบของรัฐบาลที่มากเกินไปซึ่งอาจขัดขวางนวัตกรรมได้ สหรัฐฯ ได้เปิดตัว Project Stargate ซึ่งเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐาน AI มูลค่า 500 พันล้านดอลลาร์ [AI companies promised to self-regulate one year ago. What's changed? | MIT Technology Review](https://www.technologyreview.com/2024/07/22/1095193/ai-companies-promised-the-white-house-to-self-regulate-one-year-ago-whats-changed/) ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวทางที่เอื้อต่ออุตสาหกรรม

### **2. การสร้างความเชื่อมั่นของสาธารณะ**

88% ของบริษัทในตลาดขนาดกลางที่ใช้ generative AI กล่าวว่ามันส่งผลกระทบเชิงบวกต่อองค์กรของพวกเขามากกว่าที่คาดไว้ [AI in the workplace: A report for 2025 | McKinsey](https://www.mckinsey.com/capabilities/mckinsey-digital/our-insights/superagency-in-the-workplace-empowering-people-to-unlock-ais-full-potential-at-work) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการกำกับดูแลตนเองอย่างมีความรับผิดชอบช่วยสร้างความเชื่อมั่นได้อย่างไร

### **3. ข้อได้เปรียบทางการแข่งขันระดับโลก**

บริษัท AI รายใหญ่ได้คัดค้านความพยายามด้านกฎระเบียบที่ครอบคลุมในโลกตะวันตกอย่างหนักหน่วง แต่กลับได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้นำในอีกหลายประเทศ [AI legislation in the US: A 2025 overview - SIG](https://www.softwareimprovementgroup.com/us-ai-legislation-overview/)

## **กรอบการดำเนินงานสำหรับองค์กร**

### **ขั้นตอนที่ 1: การประเมินความเสี่ยงด้าน AI**

องค์กรสามารถทำแผนที่กรณีการใช้งาน AI และประเมินระดับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง จัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบภายในสำหรับโมเดลที่มีผลกระทบสูง [AI Risk Management Framework | NIST](https://www.nist.gov/itl/ai-risk-management-framework)

### **ขั้นตอนที่ 2: การนำกรอบการทำงานที่ได้รับการยอมรับมาใช้**

องค์กรสามารถเลือกที่จะใช้ประโยชน์จากวิธีการและกรอบการทำงานโดยสมัครใจ เช่น AI Risk Management Framework ของ NIST สหรัฐฯ, กรอบการทำงาน AI Verify ของสิงคโปร์ และแพลตฟอร์ม Inspect ของ AI Safety Institute แห่งสหราชอาณาจักร [OECD AI Policy Observatory Portal](https://oecd.ai/en/)

### **ขั้นตอนที่ 3: การกำกับดูแลแบบร่วมมือ**

กรอบการทำงานนี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาความโปร่งใส ความสอดคล้องกับคุณค่าของมนุษย์ ความซื่อสัตย์ที่ตรวจสอบได้ และการตรวจสอบภายหลังเหตุการณ์ [Reflections on AI's future by the AI Governance Alliance | World Economic Forum](https://www.weforum.org/stories/2024/06/ai-governance-alliance-future-of-ai/)

## **อนาคตของการกำกับดูแลตนเองด้าน AI**

### **การควบคุมทางเทคนิคแบบอัตโนมัติ**

การกำกับดูแลตนเองของระบบ AI จะเกี่ยวข้องกับทั้งการควบคุมเชิงองค์กรและการควบคุมทางเทคนิคแบบอัตโนมัติที่เพิ่มมากขึ้น [Governance in the Age of Generative AI: A 360° Approach for Resilient Policy and Regulation 2024 | World Economic Forum](https://www.weforum.org/publications/governance-in-the-age-of-generative-ai/) การทำงานอัตโนมัติจะเป็นสิ่งจำเป็นเนื่องจากเทคโนโลยีมีความเร็วและความชาญฉลาดถึงระดับที่ต้องการการควบคุมแบบเรียลไทม์

### **ความร่วมมือของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่าย**

AI Governance Alliance กำลังเรียกร้องให้เกิดความร่วมมือระหว่างรัฐบาล ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้แน่ใจว่าอนาคตของ AI จะเป็นประโยชน์ต่อทุกคน [World Economic Forum Establishes AI Governance Alliance to Ensure Safety in the Use of Artificial Intelligence - Lexology](https://www.lexology.com/library/detail.aspx?g=0983330b-0648-4cf8-bbc8-9fc9fac2efb3)

## **บทสรุป: แบบจำลองสำหรับอนาคต**

การกำกับดูแลตนเองของ AI ในปี 2025 ถือเป็นรูปแบบนวัตกรรมของการกำกับดูแลทางเทคโนโลยีที่ผสมผสาน:

- **ความรับผิดชอบเชิงรุก** แทนที่จะตอบสนองต่อกฎระเบียบ
- **ความเชี่ยวชาญเฉพาะอุตสาหกรรม** เพื่อมาตรฐานทางเทคนิคที่เหมาะสม
- **ความร่วมมือระดับโลก** เพื่อรับมือกับความท้าทายร่วมกัน
- **นวัตกรรมต่อเนื่อง** โดยปราศจากอุปสรรคด้านระบบราชการ

ด้วยการส่งเสริมความร่วมมือข้ามภาคส่วน สร้างความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในอนาคต และผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศ เราสามารถสร้างโครงสร้างการกำกับดูแลที่มีทั้งความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวได้ [World Economic Forum Launches AI Governance Alliance Focused on Responsible Generative AI > Press releases | World Economic Forum](https://www.weforum.org/press/2023/06/world-economic-forum-launches-ai-governance-alliance-focused-on-responsible-generative-ai/).

## **คำถามที่พบบ่อย: การกำกับดูแลตนเองด้าน AI**

### **1. การกำกับดูแลตนเองด้าน AI คืออะไร?**

การกำกับดูแลตนเองของ AI เป็นแนวทางเชิงรุกที่บริษัทต่างๆ และองค์กรในอุตสาหกรรมพัฒนามาตรฐาน หลักการ และแนวปฏิบัติโดยสมัครใจเพื่อให้แน่ใจว่าการพัฒนาและการนำปัญญาประดิษฐ์ไปใช้เป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบ โดยคาดการณ์และป้องกันความจำเป็นในการกำกับดูแลของรัฐบาลที่เข้มงวด

### **2. ทำไมการกำกับดูแลตนเองจึงดีกว่าการกำกับดูแลโดยภาครัฐ?**

การกำกับดูแลตนเองช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ปรับตัวเข้ากับนวัตกรรมทางเทคโนโลยีได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญทางเทคนิคของนักพัฒนา นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการกำกับดูแลที่มากเกินไปซึ่งอาจขัดขวางนวัตกรรม และรักษาความสามารถในการแข่งขันระดับโลกของอุตสาหกรรม

### **3. องค์กรกำกับดูแลตนเองด้าน AI ที่สำคัญมีอะไรบ้าง?**

หลักๆ มีดังนี้:

- **Partnership on AI (PAI)**: กลุ่มพันธมิตรหลายภาคส่วนเพื่อแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด
- **AI Governance Alliance (WEF)**: สมาชิกกว่า 250 รายเพื่อการกำกับดูแลอย่างมีความรับผิดชอบ
- **OECD AI Principles**: มาตรฐานระหว่างรัฐบาลสำหรับ 47 ประเทศ
- **White House AI Commitments**: ข้อผูกพันโดยสมัครใจของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่

### **4. การกำกับดูแลตนเองเป็นเพียง "ethics washing" หรือไม่?**

ไม่ หลักฐานแสดงให้เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ การสร้างฐานข้อมูลเหตุการณ์ AI การพัฒนากรอบการทำงานสื่อสังเคราะห์ การนำแนวปฏิบัติ Red-Teaming มาใช้ และการลงทุนด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างมีนัยสำคัญ สิ่งเหล่านี้เป็นการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่การประกาศเท่านั้น

### **5. บริษัทของฉันจะนำการกำกับดูแลตนเองด้าน AI ไปปฏิบัติได้อย่างไร?**

เริ่มต้นด้วย:

- การประเมินความเสี่ยงด้าน AI ในกรณีการใช้งานของคุณ
- การนำกรอบการทำงานที่ได้รับการยอมรับมาใช้ (NIST AI RMF, AI Verify)
- การจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแล AI ภายในองค์กร
- การเข้าร่วมในโครงการความร่วมมือระดับอุตสาหกรรม
- การนำมาตรการควบคุมทางเทคนิคและองค์กรมาใช้

### **6. การกำกับดูแลตนเองใช้ได้ผลในระดับโลกหรือไม่?**

ใช่ มาตรฐานที่พัฒนาโดยองค์กรต่างๆ เช่น OECD และ Partnership on AI กำลังได้รับการนำไปใช้ทั่วโลก อย่างไรก็ตาม มีความแตกต่างในระดับภูมิภาค: ในขณะที่สหภาพยุโรปสนับสนุนการกำกับดูแลอย่างเป็นทางการ ประเทศต่างๆ เช่น อินเดีย กำลังนำแนวทางการกำกับดูแลตนเองแบบร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมมาใช้

### **7. ความเสี่ยงของการกำกับดูแลตนเองมีอะไรบ้าง?**

ความเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่:

- ความเป็นไปได้ของ "regulatory capture" โดยบริษัทที่มีอำนาจครอบงำ
- การขาดการกำกับตรวจสอบในเชิงประชาธิปไตย
- มาตรฐานที่อาจเข้มงวดน้อยกว่ามาตรฐานของภาครัฐ
- ความจำเป็นในการมีกลไกบังคับใช้ที่เป็นอิสระ

### **8. การกำกับดูแลตนเองด้าน AI จะพัฒนาไปอย่างไรในอนาคต?**

อนาคตจะมองเห็นการควบคุมทางเทคนิคที่เป็นอัตโนมัติมากขึ้น ความร่วมมือของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่ายที่มากขึ้น มาตรฐานระดับโลกที่สอดประสานกัน และความสมดุลแบบไดนามิกระหว่างการกำกับดูแลตนเองเชิงรุกและการกำกับดูแลของรัฐที่สนับสนุน

**แหล่งข้อมูลและลิงก์ที่เป็นประโยชน์:**

- [Partnership on AI](https://partnershiponai.org/)
- [OECD AI Policy Observatory](https://oecd.ai/)
- [World Economic Forum AI Governance Alliance](https://initiatives.weforum.org/ai-governance-alliance/home)
- [NIST AI Risk Management Framework](https://www.nist.gov/itl/ai-risk-management-framework)
- [EU AI Act](https://digital-strategy.ec.europa.eu/en/policies/regulatory-framework-ai)

_บทความนี้อ้างอิงจากการวิจัยเชิงลึกและแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือของปี 2025_
